อย่างที่รู้กันว่า e-Commerce ของประเทศไทยกำลังเติบโต ไม่ว่าจะแบรนด์เล็ก แบรนด์ใหญ่ หรือแม้แต่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ ต่างนำเสนอช่องทางออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า แต่แค่เลือกซื้อได้สะดวกก็ยังพอไม่ วันนี้เราจึงได้เห็นการเปิดตัว “Shopback” เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น “คืนเงิน” ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันนี้
“เราคือผู้ให้บริการเว็บและแอปคืนเงินสด หลังจากเปิดตัวมาแล้ว 5 ประเทศ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ล่าสุดก็พร้อมเปิดตัวในประเทศไทย กับแนวคิดการให้เงินคืน (Cashback) ซึ่งได้รับคามนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา โดยเราเป็น Affiliate Marketing ทำหน้าที่ตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างร้านค้าชั้นนำทั้งจากในและต่างประเทศสู่นักช้อปชาวไทย”
1. Shopback เปิดตัวครั้งแรกในปี 2557 ที่ปสิงคโปร์ ก่อนจะขยายไปอีก 5 ประเทศ รวมถึงไทยเป็นประเทศล่าสุด ซึ่งทาง Shopback ก็ตั้งเป้าจะขยายบริการให้ครอบคลุมประเทศอื่นๆ ในเอเชียต่อไปด้วย
2. รูปแบบการใช้งานของ Shopback คือการเข้าสู่ระบบเพื่อไปช้อปปิ้งออนไลน์ สั่งอาหาร จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือใช้บริการจากพาทเนอร์ทางธุรกิจของเว็บคืนเงินดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 1,300 ร้านให้คุณเลือก (มีร้านค้าของคนไทยประมาณ 100 ร้าน และ Shopback ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 500 ร้านได้ภายในช่วงสิ้นปีนี้) โดยคุณสามารถเข้าใช้บริการ Shopback ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น Shopback และเข้าไปที่ร้านค้าที่คุณต้องการช้อปปิ้ง จากนั้นก็รับคืนเงินโดยอัตโนมัติเข้าสู่กระเป๋าเงินออนไลน์ (E-Wallet) และสะสมจนกว่าจะถึงยอดเงินที่สามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้
3. จำนวนเงินขั้นต่ำที่ลูกค้าสามารถใช้บริการขอคืนเงินผ่านบัญชีธนาคารได้นั้น อยู่ที่ 250 บาท ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในการรับเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่ลงทะเบียนเอาไว้ในระบบกระเป๋าเงินออนไลน์
4. ส่วนระยะเวลาในการยืนยันการซื้อสินค้า เพื่อให้ระบบโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินออนไลน์นั้น ต้องใช้เวลาประมาณ 1-45 วัน
“อัตราการเงินคืนที่ลูกค้าจะได้จากการซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลทฟอร์มของเราอยู่ที่ 0.5-30% การซื้อในแต่ละครั้งจะมีอัตราเงินคืนแตกต่างกันไป แต่เรามั่นใจว่ากระแส e-Commerce ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยม ซึ่งจะทำให้มีผู้บริโภคสนใจใช้บริการ Shopback ไม่น้อยกว่าที่เปิดให้บริการในประเทศอื่นๆ”
5. ผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายของ Shopback คือ นักกิน นักช้อป หรือแม้แต่นักท่องเที่ยว ที่นิยมซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์นั่นเอง
6. ส่วนพาทเนอร์ทางธุรกิจของ Shopback ขณะนี้ ได้แก่ Expedia , Booking.com , Sephora , Lazada , Grab , Uber ฯลฯ
7. สำหรับ 3 หมวดที่ผู้ใช้บริการ Shopback ทั่วโลกนิยมใช้งาน ได้แก่ ไลฟ์สไตล์ เช่น จองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน , ช้อปปิ้งออนไลน์ การซื้อสินค้าและบริการต่างๆ , แฟชั่น
8. ปัจจุบัน Shopback มีผู้ใช้บริการกว่า 3 ล้านคน มีจำนวนการสั่งสินค้ากว่า 1,000 รายการต่อชั่วโมง
9. โดย อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีการคืนเงินให้ลูกค้ามากที่สุด ถึงประมาณ 350 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก
10. เพิ่งเปิดตัวในช่วงกลางปี แต่เป้าหมายที่ Shopback ตั้งเป้าก็คือ “สามารถคืนเงินให้ลูกค้าชาวไทยได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านภายในสิ้นปีนี้”
“บริการรูปแบบนี้อาจยังมีไม่มากนักในประเทศไทย แต่เราพยายามนำเสนอแนวคิดและทำความเข้าใจถึงแนวคิดของ Shopback ในการเป็นผู้ให้บริการแพลทฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์และได้เงินคืน และแม้ว่าจะมีคู่แข่งขันที่ให้บริการในลักษณะเดียวกันแต่เราก็มั่นใจว่าช่องทางของเราสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทั้งความคุ้มค่า และตอบโจทย์แบรนด์ได้ดีเนื่องจากเราไม่คิดค่าธรรมเนียมหากไม่มีการยืนยันซื้อ ซึ่งเชื่อว่าเราจะเติบโตได้ทุกปีตามเป้าหมายและเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาด e-Commerce ในไทย”
“เราคือผู้ให้บริการเว็บและแอปคืนเงินสด หลังจากเปิดตัวมาแล้ว 5 ประเทศ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ล่าสุดก็พร้อมเปิดตัวในประเทศไทย กับแนวคิดการให้เงินคืน (Cashback) ซึ่งได้รับคามนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา โดยเราเป็น Affiliate Marketing ทำหน้าที่ตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างร้านค้าชั้นนำทั้งจากในและต่างประเทศสู่นักช้อปชาวไทย”
กวิน ประชานุกูล ผู้ก่อตั้งและผู้จัดการ Shopback ประจำประเทศไทย อธิบายความหมายของบริการแบบ Affiliate ในสไตล์ Shopback
แค่นี้ยังไม่พอ เราขอพาคุณไปทำความรู้จักกับ “Shopback” พร้อมกับการให้บริการใหม่ในรูปแบบ Affiliate Marketing ให้มากขึ้น ผ่าน 10 เรื่องราวของเว็บคืนเงิน
แค่นี้ยังไม่พอ เราขอพาคุณไปทำความรู้จักกับ “Shopback” พร้อมกับการให้บริการใหม่ในรูปแบบ Affiliate Marketing ให้มากขึ้น ผ่าน 10 เรื่องราวของเว็บคืนเงิน
1. Shopback เปิดตัวครั้งแรกในปี 2557 ที่ปสิงคโปร์ ก่อนจะขยายไปอีก 5 ประเทศ รวมถึงไทยเป็นประเทศล่าสุด ซึ่งทาง Shopback ก็ตั้งเป้าจะขยายบริการให้ครอบคลุมประเทศอื่นๆ ในเอเชียต่อไปด้วย
2. รูปแบบการใช้งานของ Shopback คือการเข้าสู่ระบบเพื่อไปช้อปปิ้งออนไลน์ สั่งอาหาร จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือใช้บริการจากพาทเนอร์ทางธุรกิจของเว็บคืนเงินดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้ากว่า 1,300 ร้านให้คุณเลือก (มีร้านค้าของคนไทยประมาณ 100 ร้าน และ Shopback ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 500 ร้านได้ภายในช่วงสิ้นปีนี้) โดยคุณสามารถเข้าใช้บริการ Shopback ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น Shopback และเข้าไปที่ร้านค้าที่คุณต้องการช้อปปิ้ง จากนั้นก็รับคืนเงินโดยอัตโนมัติเข้าสู่กระเป๋าเงินออนไลน์ (E-Wallet) และสะสมจนกว่าจะถึงยอดเงินที่สามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้
3. จำนวนเงินขั้นต่ำที่ลูกค้าสามารถใช้บริการขอคืนเงินผ่านบัญชีธนาคารได้นั้น อยู่ที่ 250 บาท ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในการรับเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่ลงทะเบียนเอาไว้ในระบบกระเป๋าเงินออนไลน์
4. ส่วนระยะเวลาในการยืนยันการซื้อสินค้า เพื่อให้ระบบโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินออนไลน์นั้น ต้องใช้เวลาประมาณ 1-45 วัน
“อัตราการเงินคืนที่ลูกค้าจะได้จากการซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลทฟอร์มของเราอยู่ที่ 0.5-30% การซื้อในแต่ละครั้งจะมีอัตราเงินคืนแตกต่างกันไป แต่เรามั่นใจว่ากระแส e-Commerce ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยม ซึ่งจะทำให้มีผู้บริโภคสนใจใช้บริการ Shopback ไม่น้อยกว่าที่เปิดให้บริการในประเทศอื่นๆ”
5. ผู้ใช้บริการกลุ่มเป้าหมายของ Shopback คือ นักกิน นักช้อป หรือแม้แต่นักท่องเที่ยว ที่นิยมซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์นั่นเอง
6. ส่วนพาทเนอร์ทางธุรกิจของ Shopback ขณะนี้ ได้แก่ Expedia , Booking.com , Sephora , Lazada , Grab , Uber ฯลฯ
7. สำหรับ 3 หมวดที่ผู้ใช้บริการ Shopback ทั่วโลกนิยมใช้งาน ได้แก่ ไลฟ์สไตล์ เช่น จองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน , ช้อปปิ้งออนไลน์ การซื้อสินค้าและบริการต่างๆ , แฟชั่น
8. ปัจจุบัน Shopback มีผู้ใช้บริการกว่า 3 ล้านคน มีจำนวนการสั่งสินค้ากว่า 1,000 รายการต่อชั่วโมง
9. โดย อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีการคืนเงินให้ลูกค้ามากที่สุด ถึงประมาณ 350 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก
10. เพิ่งเปิดตัวในช่วงกลางปี แต่เป้าหมายที่ Shopback ตั้งเป้าก็คือ “สามารถคืนเงินให้ลูกค้าชาวไทยได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านภายในสิ้นปีนี้”
“บริการรูปแบบนี้อาจยังมีไม่มากนักในประเทศไทย แต่เราพยายามนำเสนอแนวคิดและทำความเข้าใจถึงแนวคิดของ Shopback ในการเป็นผู้ให้บริการแพลทฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์และได้เงินคืน และแม้ว่าจะมีคู่แข่งขันที่ให้บริการในลักษณะเดียวกันแต่เราก็มั่นใจว่าช่องทางของเราสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทั้งความคุ้มค่า และตอบโจทย์แบรนด์ได้ดีเนื่องจากเราไม่คิดค่าธรรมเนียมหากไม่มีการยืนยันซื้อ ซึ่งเชื่อว่าเราจะเติบโตได้ทุกปีตามเป้าหมายและเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาด e-Commerce ในไทย”





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น